หมวดหมู่: เนื้อหาสาระกีฬา บทความเกี่ยวกับกีฬา ความรู้ด้านกีฬา

Home / หมวดหมู่: เนื้อหาสาระกีฬา บทความเกี่ยวกับกีฬา ความรู้ด้านกีฬา

Bicycle pain

อาการบาดเจ็บจากการปั่นจักรยาน

วันนี้เราจะมาบอกเรื่องของอาการบาดเจ็บจากการปั่นจักรยานสิ่งที่นักปั่นหน้าใหม่ หน้าเก่า เลี่ยงไม่ได้คืออาการบาดเจ็บ หรือ เจ็บปวดตามร่างกาย โดยเฉพาะอาการ “เจ็บก้น” ที่เชื่อแน่ว่านักปั่นหน้าใหม่ต้องประสบด้วยตัวเองกันทุกคน

อากาปวดเข่า

สามารถแบ่งกลุ่มใหญ่ ๆ ได้เป็นกลุ่มที่ปวดด้านหน้า และกลุ่มที่ปวดด้านข้างของข้อเข่า โดยอาการปวดบริเวณด้านหน้าของข้อเข่านั้นอาจสังเกตได้จากตำแหน่งที่มีอาการปวด หรือจุดที่กดเจ็บ โดยถ้าปวดบริเวณกระดูกสะบ้าหรือปวดลึก ๆ ก็จะเป็นปัญหาการอักเสบของกระดูกอ่อนผิวข้อของกระดูกสะบ้า ถ้าเจ็บบริเวณขอบบนหรือบริเวณเหนือต่อกระดูกสะบ้าก็จะเป็นการอักเสบของเอ็นกล้ามเนื้อต้นขา

แต่ถ้าเจ็บต่ำกว่าระดับของกระดูกสะบ้าลงมาก็จะเป้นการอักเสบของเอ็นสะบ้า

อาการปวดด้านหน้าของข้อเข่ามีปัจจัยเสี่ยงจากการที่อานอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไปซึ่งทำให้ข้อเข่าอยู่ในท่างอมากกว่าที่ควรจะเป็นการรักษานั้นควรลดความหนักของการปั่นลง

โดยการปั่นในทางราบและใช้การปรับเกียร์เข้าช่วย ควรประคบเย็นซึ่งอาจทำง่าย ๆ โดยใช้ก้อนน้ำเข็งถูรอบ ๆ เข่าหลังจากการปั่น และอาจรับประทานยาแก้ปวดหรือคลายกล้ามเนื้อเพื่อบรรเทาอาการ เมื่อทุเลาลงแล้วก็ควรบริหารสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อต้นขาต่อไป

อาการปวดคอและหลัง

อาจเกิดขึ้นได้บ่อย โดยเฉพาะผู้ที่ปั่นจักรยานเสือหมอบ เพราะด้วยดีไซน์ของตัวจักรยานที่ต้องก้มตัวและเงยศีรษะในขณะปั่น เพื่อลดแรงต้านของอากาศตามหลักแอโรไดนามิก โดยจะสังเกตเห็นว่าระดับของอานจะอยู่สูงกว่าแฮนด์ ซึ่งในการแข่งขันจักรยาน นักกีฬาและทีมงานต้องหารสารพัดวิธีในการเอาชนะแรงต้านอากาศ

เพื่อให้เกิดการได้เปรียบคู่แข่ง และเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อชัยชนะ การที่ต้องอยู่ในท่าเดียวนาน ๆ นั้นจำเป็นต้องมีความพร้อมของกล้ามเนื้อคอ หลัง และลำตัวที่ดี ซึ่งมีทั้งความยืดหยุ่น ความแข็งแรง และความทนทาน นอกจากตัวนักกีฬาแล้ว จักรยานเองก็มีผลเช่นกัน ควรใส่ใจกับความสูงของอาน และระยะระหว่างอานกับแฮนด์ เช่น ถ้าตั้งอานสูงเกินไป นักกีฬาจะต้องก้มตัวและเงยศีรษะมากขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ การปรับระดับของอานยังมีความสำคัญอย่างมากในการป้องกันการบาดเจ็บของขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของข้อสะโพกและข้อเข่า ระดับของอานที่เหมาะสมคือ เมื่อคุณนั่งบนอาน และถีบขาให้บันไดวางเท้าอยู่ในตำแหน่งต่ำสุด (6 นาฬิกา) เข่าควรอยู่ในลักษณะงอประมาณ 30 องศา

อากาปวดก้น

เป็นปัญหาที่เจอบ่อยเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกมือใหม่หัดปั่นทั้งหลาย ซึ่งเกิดในตำแหน่งของปุ่มกระดูกบริเวณก้นเกิดการกดและเสียดสีกับอาน หากปรับตำแหน่งอานและเลือกอานที่ไม่แข็งจนเกินไปก็พอจะช่วยบรรเทาอาการได้ ซึ่งใครที่ตั้งใจจะปั่นจักรยานจริงจัง แนะนำให้ลงทุนซื้อกางเกงสำหรับปั่นจักรยานมาสวมใส่ เพราะมีการบุนวมในบริเวณที่เป็นจุดกดหรือเสียดสี

อากามือชา

เกิดจากเส้นประสาทไปกดทับบริเวณโคนฝ่ามือด้านนิ้วก้อยซึ่งอาจเกิดจากการออกแรงกดส่วนดังกล่าวที่แฮนด์ในระหว่างการขับขี่มากเกินไปหรือนานเกินไป ทำให้เส้นประสาทถูกรบกวน เกิดอาการชาบริเวณนิ้วนางและนิ้วก้อยที่เลี้ยงด้วยเส้นประสาทเส้นนี้

หากไม่ได้รับการรักษาที่เหมาะสมอาจเกิดการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เลี้ยงโดยเส้นประสาทนี้ ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อของมือที่ทำหน้าที่กางนิ้วและหุบนิ้ว การป้องกันสามารถทำได้โดยขยับมือเปลี่ยนตำแหน่งในการจับแฮนด์เป็นครั้งคราวในขณะขับขี่ และอาจสวมถุงมือเพื่อลดแรงกดต่อเส้นประสาท

อากาปวดเอ็นร้อยหวาย

ซึ่งจะคลำได้เป็นลำเอ็นที่ด้านหลังของข้อเท้าโดยเอ็นนี้จะเป็นเอ็นของกล้ามเนื้อน่องทำหน้าที่ออกแรงจิกปลายเท้าลง อาการปวดที่เกิดขึ้นเป็นการอักเสบของเอ็นร้อยหวาย ปัจจัยเสี่ยงที่อาจทำให้เกิดอาการนี้ ได้แก่ การวางเท้าบนบันไดในตำแหน่งที่ค่อนไปทางด้านหลังมากกว่าที่ควรจะเป็น

จนทำให้ต้องมีการเคลื่อนไหวของข้อเท้ามากขึ้น หรืออานอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป ก็จะทำให้กล้ามเนื้อน่องทำงานได้ไม่เต็มที่ การตึงตัวของกล้ามเนื้อน่องและเอ็นร้อยหวายเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในนักปั่น ซึ่งต้องอาศัยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อบ่อย ๆ โดยการยืนแล้วางเท้าข้างที่ต้องการยึดกล้ามเนื้อไปด้านหลัง จากนั้นโน้มตัวมาด้านหน้าโดยการงอเข่าของขาหน้า ส่วนขาหลังไม่ยกส้นเท้า เข่าควรอยู่ในท่าเหยียดตรง

การปั่นจักรยานถือเป็นรูปแบบของการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ ที่สามารถใช้เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการเดินทาง การใส่ใจในรายละเอียดของจักรยาน

ท่าทางในการปั่นและการบริหารเพื่อให้กล้ามเนื้อที่ต้องใช้มีทั้งความแข็งแรงและยืดหยุ่นดีจะช่วยในการป้องกันการบาดเจ็บได้นอกจากนี้คงต้องช่วยกันผลักดันในเชิงนโยบายสาธารณะให้มีการส่งเสริมความปลอดภัยในการปั่นจักรยานบนท้องถนนมากขึ้นเชื่อว่าอาจทำให้ชาวกรุงอีกหลายคนหันมาปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพกันมากขึ้น

อากาปวดด้านข้างสะโพก และปวดด้านข้างข้อเข่า

มักเป็นปัญหาที่เกี่ยวกับเอ็นแผ่ซึ่งอยู่ด้านข้างของสะโพกและต้นขามีชื่อว่า IT Band โดยในระหว่างการปั่นอาจเกิดการเสียดสีกับปุ่มกระดูกบริเวณด้านข้างของสะโพก และปุ่มกระดูกด้านข้างของกระดูกต้นขาส่วนปลายซึ่งจะอยู่เหนือจากแนวข้อเข่าขึ้นมาเล็กน้อย

ปัจจัยเสี่ยงคือการที่อานอยู่ในระดับที่สูงเกินไป ทำให้ขณะปั่นข้อเข่าอยู่ในท่าเหยียดมากกว่าที่ควรจะเป็น ทำให้ IT Band ตึงและเกิดอาการปวดในบริเวณดังกล่าว การรักษาก็ทำคล้ายกับอาการปวดเข่า คือ ลดความหนักของการปั่นลง ประคบเย็น รับประทานยาบรรเทาอาการ และควรบริหารเพื่อยืดเหยียด IT Band รวมทั้งกล้ามเนื้อข้อสะโพกด้านข้างและด้านหลัง

ที่มา นิตยสาร Men′s health

อาการปวดต่างๆที่เกิดขึ้นบางอย่างต้องแก้ที่คนคือเปลี่ยนลักษณะการปั่น แต่ปัญหาหลายอย่าง สามารถแก้ด้วยกันไปทำ ฟิตติ้งจักรยาน และสำคัญมากหากคุณจะซื้อจักรยานใหม่ดู Geometry ให้ดี มิติความยาว สูง ท่อแต่ละชิ้น ของจักรยานแต่ละยี่ห้อไม่เหมือนกัน และร่างกายแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังนั้นหากคุณคิดจะจริงจังหับจักรยาน การไปทำ ฟิตติ้ง ก่อนซื้อจักรยานเป็นเรื่องที่ควรทำ

BMX sport history

BMX RACING คืออะไร

การแข่งขันจักรยาน BMX RACING ถือเป็นอีก 1 ประเภทกีฬาจักรยาน BMX ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศไทย เพราะด้วยเป็นการแข่งขันที่ใช้ทักษะการขี่จักรยานเป็นทุนเดิมมาก่อนอยู่แล้ว ทำให้ผู้ที่สนใจนั้นก็มีความคิดต่อยอดจากการขี่จักรยานธรรมดา

ไปเป็นการขี่จักรยาน BMX เพื่อการแข่งขัน แต่ทั้งนี้ก็ต้องมีการฝึกฝนที่ดีเช่นเดียวกันเพื่อให้เกิดความอันตรายน้อยที่สุดและสามารถเล่นได้อย่างไร้ปัญหา เพราะไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็แล้วแต่เรื่องของทักษะนับว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยทีเดียว

BMX RACING เป็นการแข่งขันจักรยาน BMX ประเภทหนึ่งที่เน้นเรื่องของการแข่งขันด้านความเร็วในระยะทางที่สั้น การออกแบบสนามแข่งของแต่ละที่ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป มีโค้งซ้าย โค้งขวา เนินระนาด ทางกระโดด ซึ่งจะคล้ายๆ กับการแข่งขันรถจักรยานยนต์ Motocross

การเข้ามาสู่ประเทศไทยของ BMX RACING

จริงแล้วๆ การแข่งขัน BMX RACING นั้นได้เข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่ประมาณ 20 ปีที่แล้วเห็นจะได้ ในยุคนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเป็นการแข่งขันที่สนุก ตื่นเต้น เร้าใจ

ทว่าความนิยมก็ได้ค่อยๆ ลดเลือนลงไปตามกาลเวลากระทั่งมีการกลับมาแจ้งเกิดใหม่อีกครั้งในช่วงประมาณเกือบ 10 ปีให้หลังที่มีนักกีฬาไทยชื่อดังอย่าง อแมนด้า คาร์ เป็นตัวชูโรง ทำให้การขี่จักรยาน BMX RACING กลับมาได้รับความนิยมในเมืองไทยอีกครั้ง

การแข่งขัน BMX RACING ในประเทศไทย

จริงๆ แล้วสนามที่ใช้สำหรับการแข่งขัน BMX RACING ในประเทศไทยมีอยู่มากมายทั่วทุกภูมิภาค โดยการแข่งขันรายการหลักของประเทศไทยจะชื่อว่า การแข่งขันจักรยาน BMX ชิงแชมป์ประเทศไทย

โดยจะมีการวนแข่งขันไปตามสนามต่างๆ และจะมีการเก็บคะแนนสะสมในแต่ละสนามเมื่อถึงท้ายที่สุดแล้วใครได้คะแนนมาเป็นอันดับ 1 ก็จะเป็นผู้ชนะการแข่งขันไป โดยการแข่งขันจะแบ่งออกเป็นรุ่นต่างๆ มากมายทั้ง รุ่น BMX RACING, BMX CLASS B, MTB MOTOCROSS และ BMX THAILAND CUP 1 เรียกว่าเป็นการแข่งขันจักรยาน BMX รายการใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้

ลักษณะของจักรยานที่ใช้ในการเล่นประเภท BMX RACING

จักรยานที่ใช้ในการลงเล่นประเภท BMX RACING นั้นจะมีช่วงจักรยานที่ยาวกว่าจักรยานประเภทอื่น เพื่อช่วยในการเพิ่มหน้าสัมผัสกับตัวสนาม ง่ายต่อการเลี้ยวโค้ง กระโดดเนิน การออกแบบของรถจะค่อนข้างทันสมัยและมีการออกแบบเพื่อให้สมกับการปั่นด้วยการใช้ความเร็วและการทรงตัวที่ดี

ถึงกระนั้นจักรยาน BMX RACING รุ่นเก่าๆ ก็ยังคงได้รับความนิยมสำหรับนักขี่บางคน ซึ่งการขี่ประเภทนี้ต้องใช้ทักษะค่อนข้างสูงและจำเป็นต้องมีการฝึกฝนบ่อยๆ เพื่อความเคยชินกับสนามและการขับขี่

Bicycle sport

 

หลายๆท่านที่ปั่นจักรยานมาสักพัก ก็จะเริ่มชอบในความเร็วความคล่องตัวของเจ้าจักรยานคู่กาย บางท่านเริ่มหา งานปั่นจักรยาน และงานแข่งขันจักรยานกันอยู่บาง

ในบ้านเรานั้นมีงานแข่งจักรยานอยู่หลายประเภท แต่อาจมีไม่ครบเหมือนต่างประเทศทีจัดเขากันมากมาย บางท่านก็มีคำถามเกี่ยวกับการเรียกชนิดของการแข่งขันว่าอยู่ประเภทเดียวกันไหม ในเมื่อมีคนสงสัยเราก็จัดให้

การจัดการแข่งขันกีฬาจักรยาน จะมีองค์การที่ควบคุมอยู่คือ องค์การจักรยานโลก และองค์การจักรยานโลกที่ทำหน้าที่บริหารกิจการกีฬาจักรยาน โดยเป็นผู้กำหนดระเบียบข้อบังคับต่างๆ

กำหนดกติกาการแข่งขันจักรยานและดูแลควบคุมกีฬาจักรยานให้ดำเนินไปอย่างมีระเบียบร้อยและถูกต้องตามหลักสากล ได้แก่ สหพันธ์จักรยานนานาชาติ(International Cycling Union)หรือชื่อภาษาฝรั่งเศส Union Cycliste Internationale อักษรย่อ U.C.I. ก่อตั้งเมื่อวันที่ 14 เมษายน พ.ศ.2443(ค.ศ. 1900) ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสนั้นเอง

ชนิดกีฬาจักรยานที่จัการแข่งขัน

จักรยานถนน(Road cycling)

เป็นกีฬาจักรยานชนิดที่ต้องใช้ความกล้า และพละกำลังอย่างสุดกำลังของมนุษย์(courage,heoism and going beyond one’s limitations) เป็นชนิดกีฬาที่เป็นประวัติศาสตร์ทางการกีฬาของโลกชนิดหนึ่ง การแข่งขันครั้งแรก “Paris- Rouen” จัดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2412 การแข่งขันมีสองประเภทคือ

1.ไทม์ไทรอัล(time-trials)

  • ไทม์ ไทรอัล บุคคล (มีการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์): เป็นการแข่งขันกันด้วยระยะทางประมาณ 40-50 กม (ในการชิงแชมป์โลกและกีฬาโอลิมปิกเกมส์) นักขี่จักรยานจะออกตัวเป็นรายบุคคลในช่วงเวลาห่างกันที่สม่ำเสมอ (ประมาณ 1-2 นาที) ผู้แข่งขันที่ขี่จนจบเวลาและเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
  • ทีม ไทม์ ไทรอัล : หลักการพื้นฐานจะเหมือนกันกับ ไทม์ไทรอัล บุคคล แต่รายการนี้จะแข่งขันเป็นทีมที่มีานักกีฬาอย่างต่ำที่สุด 2 คน และมากที่สุด 10 คน ทีมไทม์ไทรอัล จะอยู่ในโปรแกรมของการชิงแชมป์โลกถนนของยูซีไอ จากปี 2012 (มีประมาณ 5-6 คน / ทีม) ทีมยูซีไอทุกทีม จะสามารถเข้าร่วมแข่งขันได้ (ทีมอาชีพของยูซีไอ ทีมทวีปของยูซีไอ ทีมหญิงของยูซีไอ)
  • ไลน์เรส(line races)

2.จักรยานลู่(Track cycling)

เป็นกีฬาจักรยานที่ต้องใช้ความแข็งแกร่ง ต้องมีความเร็ว และใช้เทคนิคหลายหลากรูปแบบ การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรก จัดขึ้นในปี 2436 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การแข่งขันมีสองประเภทคือ แข่งความเร็ว และ แข่งความทนทาน

แข่งความเร็ว(Speed races) มีรายการแข่งขันต่างๆดังนี้คือ  ไทม์ไทรอัล สปรินท์ ทีมสปรินท์ และ คีรินแข่งความทนทาน มีรายการแข่งขันดังนี้คือ อินดิวิดวลเปอร์ซุท ทีมเปอร์ซูท พอยท์เรส เมดิสัน และสแครท

มีสนามเวลโลโดรมทั่วโลกประมาณ 800 แห่ง ในประเทศไทยมีเวลโลโดรม 4 แห่ง ที่ กรุงเทพ ฯ , สุพรรณบุรี, เชียงใหม่ และนครราชสีมา ซึ่งเป็นสนามคอนกรีตนอกอาคาร สนามเวลโลโดรมที่ใช้ในการแข่งขันระดับนานาชาติในปัจจุบันนิยมสร้างเป็นสนามในอาคารลู่ทำด้วยไม้ ขนาดความยาวโดยรอบ 250 เมตร

3.จักรยานไซโครครอส(Cyclo-cross)

เริ่มมีการเล่นในปี พ.ศ.2443 แต่มีการแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรกปี พ.ศ. 2493 เป็นชนิดที่เล่นยาก นักกีฬาต้องใช้พละกำลังมาก และต้องสะสมประสบการณ์จากการฝึก

4.จักรยานเสือภูเขา(Mountain bike)

เป็นกีฬาจักรยานที่ให้ความรู้สึกถึงความอิสระ สนุกสนาน จักรยานเสือภูเขาได้ถือกำเนิดเมื่อปี พ.ศ. 2513 เมื่อชาวอเมริกัน 3 คนได้ประดิษฐ์จักรยานชนิดใหม่เพื่อใช้ขี่นอกทาง (ออฟโรด) หลังจากนั้นอีก 10 ปี ได้มีการแข่งขันเป็นครั้งแรกที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา การแข่งขันมี 3 ประเภทคือ

  • ครอสคันทรี(Cross-country) เป็นการแข่งขันในสนามวงรอบ(circuit) ผ่านทุ่งโล่ง ป่าละเมาะ หรือสวนสาธารณะในเมือง
  • ดาวน์ฮิล(Downhill) เป็นการขี่ลงจากภูเขา ผู้ทำเวลาได้น้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะ
  • 4 –cross(4X) เป็นการแข่งขันดาวน์ฮิลแบบแพ้คัดออก

5.จักรยานบีเอ็มเอ็กซ์(BMX or Bicross)

บีเอ็มเอ็กซ์ หรือจัรยานวิบาก เกิดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อปี พ.ศ.2503 ในขณะการแข่งขันมอเตอร์ไซด์วิบากกำลังได้รับความนิยมอย่างยิ่ง เด็กๆเยาวชน ที่ไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อมอเตอร์ไซด์วิบากมาฝึก จึงใช้จักรยานมาฝึกซ้อมในสนามดินที่สร้างกันเอง และจัดการแข่งขันเหมือนกับมอตอร์ไซด์วิบาก การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรกเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2525 เป็นกีฬาที่ดึงดูดวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี ในปี พ.ศ.2550 จะมีการแข่งขันจักรยานบีเอ็มเอ็กซ์ชิงแชมป์เอเชีย ครั้งที่ 2 ที่ประเทศไทย

สนามแข่งขันมีลักษณะวนไปมา ระยะทาง 300 – 350 เมตร ซึ่งทางแข่งจะมีอุปสรรคเป็นเนินขนาดต่าง และโค้งเลี้ยว เรียงรายไปตามเส้นทาง นักแข่งจะต้องใช้ความเร็ว และเทคนิคการยกรถข้ามเนิน เพื่อให้ไปได้เร็วกว่าคู่แข่ง จะใช้เวลาในการแข่งต่อรอบประมาณ 30 – 40 วินาที ผู้ที่เร็วที่สุดคือผู้ชนะ

6.จักรยานไทรอัล(Trails)

การแข่งขันชนิดนี้เกิดขึ้นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา การแข่งขันชิงแชมป์โลกครั้งแรกมีขึ้นในปี พ.ศ. 2527 นักแข่งจะต้องขี่จักรยานข้ามเครื่องกีดขวาง โดยห้ามเอาเท้าลงสัมผัสพื้น นักแข่งจะต้องแน่วแน่และมีสมาธิสูง

7.จักรยานในร่ม(Indoor cycling)

เป็นการแข่งขันที่มีลีลางดงาม ต้องมีทักษะความคล่องแคล่ว ซึ่งมีการแข่งขันสองประเภทคือ

  • จักรยานลีลา(Artistic cycling) รถจักรยานแข่งคันหนึ่งจะมีนักแข่ง 2 คน ขี่แสดงท่าฟรีสไตล์และท่าบังคับ โดยมีเพลงประกอบ ในช่วงเวลา 6 นาที นักแข่งจะต้องมีทักษะและการทรงตัวที่ดี กรรมการจะให้คะแนนมากน้อยขึ้นอยู่กับความยากง่ายของท่าที่ขี่ คู่ที่ได้คะแนนสูงสุดคือผู้ชนะ
  • จักรยานไซเคิลบอล(Cycle – ball)เป็นประเภทการแข่งขันเฉพาะผู้ชาย คล้ายกับการเล่นฟุตบอล แต่ละทีมจะมีผู้เล่น 2 คน ขี่จักรยานคนละคัน ซึ่งเป็นได้ทั้งผู้เล่นและผู้รักษาประตู การแข่งขันแบ่งเป็นสองช่วง ๆ ละ 7 นาที ผู้เล่นจะต้องใช้ล้อจักรยานทำประตูขณะที่ขี่จักรยาน ทีมทีทำประตูได้มากกว่าจะเป็นผู้ชนะ

เมื่อทุกท่ารู้เช่นนี้แล้วก็อย่าลืมไปหารายการแข่งขันพวกนี้ดูนะเพื่อจะมีการจัดการแข่งขันในบ้านเราก็ได้บางทีถ้าทุกท่านได้ทำการฝึกฝนมาอย่างดีไม่แน่อาจจะได้เป็นตัวแทนประเทศไทยก็เป็นได้

technique bike

เทคนิค การปั่นจักรยาน

เมื่อคุณได้มีโอกาสเป็นเจ้าของจักรยานดีๆ ซักคัน รับรองได้เลยว่ามากกว่าร้อยละ 90 จะต้องลองขี่กันให้สมใจอยาก ผลที่ได้ สนุกแต่ระบม บางคนถึงกับเดินขาถ่างเป็นอาทิตย์ก็มีมาแล้ว ว่าในครั้งแรกที่คุณได้มีโอกาสขี่จักรยานที่ได้รับการปรับตำแหน่งในการขี่ที่ถูกต้อง ห้ามใช้เวลาอยู่บนอานจักรยานเกินกว่าครึ่งชม. ไม่มีการยกเว้นแม้แต่คุณจะใส่กางเกงขี่จักรยานโดยเฉพาะก็ตาม

เนื่องจากสรีระของทุกคนจะต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวให้เข้ากับเบาะและตำแหน่งนั่งบนจักรยาน อย่าเพิ่งตะบี้ตะบันขี่นานๆ นอกจากจะเจ็บตัวแล้ว ยังทำให้เกิดอาการแหยงไม่อยากขี่จักรยานอีก

คำแนะนำสำหรับการฝึกปั้นจักรยาน

อย่าเพิ่งเล่นเกียร์ เวลาขี่ให้หลังตรงอยู่เสมอ แล้วโน้มตัวไปหาแฮนด์ด้วยการใช้สะโพกเป็นจุดหมุน อย่าให้หลังค่อม ดื่มน้ำทุก 15 นาที น้ำหนึ่งกระติก (เล็ก) ควรจะหมดในเวลาหนึ่งชั่วโมง เพื่อป้องกันอาการเดินขาถ่าง ถ้าหาวาสลินได้สะดวก ก็จัดการทาให้ทั่วขาหนีบ แล้วค่อยใส่กางเกง หลังจากการขี่จักรยานทุกครั้งให้รีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า

กางเกงจักรยานที่เพิ่งใช้ให้ซักทันที อย่าทิ้งข้ามวันข้ามคืน ใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรคซักด้วยก็ดี แล้วตากให้แห้งสนิท(ไม่ควรตากแดด)ก่อนเก็บเสมอ

การปฏิบัติที่1

  1. เลือกใช้เกียร์ให้ถูกต้อง(มือสับเกียร์ข้างซ้ายเลข2-จานกลาง/มือสับเกียร์ข้างขวาเลข2หรือ3) แล้วก็ใช้เกียร์นั้นไปตลอดโดยไม่มีการเปลี่ยนเกียร์
  2. ปั่นขาที่ 80 รอบต่อนาทีให้ตลอดเวลา โดยไม่มีการฟรี หรือ หยุดรถ(ถ้าไม่จำเป็น) จนกว่าจะครบเวลา (ในสัปดาห์แรกนี้ก็คือครึ่งชั่วโมง) หัดปั่นในทางราบ ไม่มีเนินเขา จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนเกียร์ สามารถปั่นขาที่ความเร็วคงที่,ออกแรงได้คงที่ ได้ตลอดเวลา ออกไปฝึกปั่นแต่ละครั้งอย่าใช้เวลามากกว่าครึ่งชั่วโมงสำหรับสัปดาห์แรกนี้ ถ้าระบมเดี๋ยวจะฝึกขี่กันได้ไม่ต่อเนื่อง

ให้เวลาในการฝึกช่วงแรกนี้ 4-6 วัน ถ้าสามารถฝึกติดต่อกันได้ทุกวันจะทำให้ร่างกายชินกับจักรยานได้เร็วขึ้น จากนั้นพักการฝึก 1-2 วันโดยไม่มีการขึ้นขี่จักรยานเลย เป็นการจบการฝึกในช่วงแรก

3.สัปดาห์ที่สองใช้เกียร์เดิม ปั่นขาที่ 80 รอบ/นาทีเท่าเดิม แต่เพิ่มเวลาในการขี่เป็นวันละไม่เกิน 1 ชม.(อย่าน้อยกว่า 45 นาที คงจะเจียดเวลาได้) ฝึก 4-6 วันเหมือนเดิม แล้วก็หยุดพัก 1-2 วัน เป็นอันจบบทเรียนที่หนึ่ง

การปฏิบัติที่2

เริ่มด้วยการใช้จานโซ่ขนาดกลาง (มือสับเกียร์ข้างซ้ายชี้เลข2) มือสับข้างขวาชี้เลข2เช่นกัน เราจะใช้แต่เกียร์ที่มือขวาเท่านั้น

มือสับเกียร์ข้างซ้ายปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้นไม่ต้องไปยุ่งอะไร ออกรถปั่นไปจนกว่าขาจะซอยอยู่ที่ 80 รอบ/นาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเกียร์ที่มือขวาเป็นเกียร์3 รอบขาของเราจะตกลงมาต่ำกว่า 80 รอบต่อนาที เร่งซอยขาจนได้ 80 รอบ/นาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์4 รอบขาจะต่ำกว่า 80 รอบอีกแล้ว เร่งซอยขาจนได้ 80 รอบต่อนาทีหรือมากกว่า แล้วเปลี่ยนเป็นเกียร์ 5 พยายามซอยขาขึ้นมาที่ 80 รอบ/นาทีอีก แล้วคงความเร็วขนาดนั้นไว้ซักพัก ถึงตรงนี้คุณจะมีทางเลือก 3 ทาง

  1. คุณยังมีแรงเหลือเฟือแล้วก็อยากไปเร็วขึ้นอีก ก็เปลี่ยนเป็นเกียร์สูงขึ้นได้เรื่อย
  2. คุณอยากปั่นด้วยความเร็วขนาดนี้แหละ ก็รักษารอบขาไว้ประมาณนี้
  3. คุณรู้สึกเหนื่อยและต้องออกแรงที่ขามาก ก็ให้ลดเกียร์ต่ำลงมาหนึ่งเกียร์ และพยายามคงรอบขาไว้แถวๆ 80 รอบ/นาที

ใช้วิธีซอยขาให้ได้ประมาณ 80-90 รอบ/นาทีนี้ แล้วถามความรู้สึกของขาคุณเองว่าเกียร์ที่ใช้อยู่นั้นหนักไป(ใช้เกียร์สูงไป) หรือ เบาไป(ใช้เกียร์ต่ำไป) แล้วก็เปลี่ยนเกียร์ขึ้นหรือลงทีละ 1 เกียร์ให้พอดีกับแรงขา

ดื่มน้ำทุก 10-15 นาที พอ1/2 ชม.ก็จอดพักซักหน่อย แล้วก็เริ่มปั่นกลับบ้าน

การฝึกในช่วงสัปดาห์ที่3นี้ พยายามใช้เวลาให้ได้ 60-90 นาที/วัน ครบ 4-6 วันแล้วก็อย่าลืมพักเต็มๆอีกวันก่อนการฝึกในช่วงที่4ด้วย ฝึกความชำนาญในการเปลี่ยนเกียร์ด้วยมือขวานี้ให้คล่องในทุกๆเกียร์

คำแนะนำสำหรับการหัดใช้เกียร์

มือสับเกียร์ข้างซ้ายอย่าเพิ่งไปเล่น ใช้สมาธิกับการใช้เกียร์ที่มือขวาก็พอแล้ว

พยายามใช้ให้หมดทุกเกียร์(มือขวา) จับความสัมพันธ์ของเกียร์กับความเร็วในแต่ละเกียร์ และกับแรงที่ต้องใช้

รักษารอบขาให้อยู่ในช่วง 80-90 รอบ/นาทีตลอดการฝึก

จะเลือกใช้เกียร์ไหนก็ให้ถามขาของคุณเอง ว่าเบาไป หรือ หนักไป

เวลาเปลี่ยนเกียร์ทุกครั้งให้ผ่อนแรงถีบบันไดลง แต่อย่าหยุดปั่น จะทำให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลขึ้น

อย่าเพิ่งขึ้นเขา รอให้ฝึกสำเร็จก่อนค่ะ

การปฏิบัติที่3

ปั่นจักรยานด้วยความเร็วพอสมควรในเกียร์ 3 หรือ 4 แล้วใช้มือซ้ายเปลี่ยนเกียร์จาก 2 ไป 3 ผ่อนแรงถีบบันไดเล็กน้อย สังเกตดูรอบขาด้วยนะคะว่าตกมาเยอะแค่ไหน ลองซอยขาขึ้นไปที่ 80-90 รอบ/นาทีลองเปลี่ยนเกียร์ที่มือขวาให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ออกแรงปั่นเยอะหน่อย ดูว่าที่เกียร์สูงสุดนั้นคุณจะยังปั่นขาที่ 80 รอบ/นาทีได้มัย

ถ้าได้-นานแค่ไหน  ก่อนจะหมดแรง ลองเปลี่ยนเป็นเกียร์ต่ำดูบ้าง เปลี่ยนเกียร์ไปที่เลข1 ทั้งสองข้าง ชะลอความเร็วลงมาจนเกือบหยุด ลองปั่นขาดู ลองเกียร์ให้ครบทุกตำแหน่งว่ารู้สึกอะไรบ้าง การเปลี่ยนเกียร์ยาก-ง่ายแค่ไหน? การออกแรงขาเป็นอย่างไร เลี่ยงภูเขา ดื่มน้ำ พักผ่อน เหมือนที่เคยฝึกกันมา

เมื่อจบช่วงที่สี่นี้ก็เท่ากับว่าคุณๆทั้งหลายได้ปูพื้นฐานที่ดีสำหรับการเป็นนักเล่นจักรยานเสือภูเขาอย่างเต็มตัวแล้วนะคะ คุณๆจะมีทักษะและกำลังขาในการปั่นจักรยานไปไหนๆได้สบาย ใครที่ติดมาตรวัดระยะทางไว้ด้วยก็ลองดูซิคะว่าคุณใช้ระยะทางไปทั้งหมดเท่าไหร่ในการปูพื้นฐานให้ขาของคุณ และหลายๆคนที่ฝึกแบบเต็มที่ส่วนใหญ่จะได้ระยะทางมากกว่า 1,000 กม. ในเวลาแค่เดือนเดียว! อย่าลืมว่าการฝึกขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องสำคัญมากในการก้าวขึ้นไปสู่ขั้นที่สูงขึ้น อย่างใครที่เคยเรียนเทนนิสอย่างถูกต้องก็คงจำได้นะคะว่าต้องรำไม้เปล่าๆกันอยู่ตั้งหลายนานกว่าจะได้ลงตีลูกจริงๆ หรืออย่างนักกอล์ฟก็ต้องหมั่นซ้อมวงสวิงกันอยู่ตลอด เพราะพื้นฐานที่ถูกต้องเหล่านี้แหละที่จะนำเราไปสู่การพัฒนาระดับฝีมือที่สูงขึ้นค่ะ แต่ละอาทิตย์ถ้าไม่มีเวลาที่จะขี่จักรยานกันได้ทุกวัน ก็ขอให้ใช้วันหยุดของคุณไปในการปั่นจักรยานไกลๆ (มากกว่า 60กม.) ซักวัน เพื่อรักษาสภาพความพร้อมของร่างกายไว้ให้ได้มากที่สุด

 

กองหน้าฟอร์มดี พรีเมียร์ ลีก 2019

กองหน้าตัวเป้าที่ฟอร์มแรงที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ฟอร์มการเล่นเป็นเรื่องที่ไม่คงที่แต่ผู้ที่มีวินัยในการฝึกซ้อมจะช่วยให้เหล่ากองหน้าตัวเป้า 2019 มีความฟิตทุกครั้งที่ลงสนาม ซึ่งเราจะนำเสนอ 7 ผู้เล่นกองหน้า ที่มีฟอร์มการเล่นแบบดีวันดีคืนมานำเสนอ ส่วนจะมีใครกันบ้างไปดูเลย

 

แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)
Harry Edward Kane

7.แฮร์รี่ เคน (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

ก่อนที่ทุกคนจะแย้งว่าหนึ่งในกองหน้าระดับท็อปของโลกถึงมาอยู่ในอันดับ 8 ได้ยังไง โปรดให้เราได้อธิบายถึงอันดับของเคนในลิสท์ของเราก่อน

 

ไม่มีใครข้องใจว่า แฮร์รี่ เคน คือกองหน้าที่มีการจบสกอร์ระดับท็อป แต่ในฤดูกาลนี้เขาถูกจับมาทำหน้าที่ตัวเป้ามากขึ้นเหมือนที่เขาเล่นในฟุตบอลโลกที่รัสเซียและค่อนข้างจะติดขัด

 

ในฤดูกาลนี้เคนยังเล่นไม่ออกในเกมใหญ่ ไม่เหมือนกับที่เขาเคยทำได้เป็นปกติ ส่วนคนที่ทำประตูและสร้างสรรค์เกมส่วนใหญ่แล้วจะตกไปเป็นหน้าที่ของ ลูคัส มูร่า และ คริสเตียน อีริกเซ่น

 

เคนทำประตูไปแล้ว 2 ลูกจาก 5 เกมในพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้และได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถหลายอย่างที่เขามีออกมาบ้าง แต่แฟนสเปอส์ก็คงต้องหวังให้เขากลับมาเล่นในตำแหน่งธรรมชาติอีกครั้งในเร็วๆนี้

 

สถิติที่น่าสนใจ : เคนมีสถิติการสับไกยิงต่อ 90นาทีอยู่ที่ 2.4 ครั้งในฤดูกาลนี้ ซึ่งตกจากฤดูกาลที่แล้วที่อยู่ที่ 5.4 ครั้ง

 

เกล็นน์ เมอร์เรย์ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟอัลเบียน)
Glenn Murray

6.เกล็นน์ เมอร์เรย์ (ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟอัลเบียน)

เกล็นน์ เมอร์เรย์ เปรียบเทียบได้กับไวน์ ยิ่งมีอายุมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะยิ่งหอมอร่อยมากขึ้นเท่านั้น

 

เขาอาจจะไม่มีมีการเล่นที่ดูแล้วสวยงามแต่แฟนๆของไบรท์ตันก็ไม่แคร์ หัวหอกวัย 34 ปีทำประตูไป 16 ลูกจาก 40 เกมในพรีเมียร์ลีกให้กับทีมนกนางนวล ถึงแม้ส่วนมากจะเป็นจุดโทษ แต่นั่นก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้พวกเขาอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกต่อไปด้วยนักเตะที่มีฝีมือด้อยกว่าคู่แข่ง

 

ประตูของเขาในเกมที่เอาชนะแมนฯยูไนเต็ดและเป็นสามแต้มเดียวที่พวกเขาได้ในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นมาจากการเคลื่อนที่อันหลักแหลมของเขาบวกเข้ากับกายภาพที่แข็งแกร่งในระดับท็อปของกองหน้าตัวเป้าชั้นนำ

 

การที่ไบรท์ตันจะอยู่รอดต่อไปได้เหมือนกับฤดูกาลที่แล้วก็ต้องหวังให้เขาเก็บบอลได้และสร้างความกดดันให้กับแผงกองหลังอีกฝั่งได้บ่อยๆ

 

สถิติที่น่าสนใจ : เมอร์เรย์เสียฟาวมากที่สุด (20 ครั้ง) ในบรรดาแนวรุกของพรีเมียร์ลีก แต่เขาก็เรียกฟาวได้เป็นลำดับ 3 (10 ครั้ง)

 

โรเมลู ลูกากู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)
Romelu Lukaku

5.โรเมลู ลูกากู (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

หากให้เลือก เกือบทุกทีมในลีกจะต้องอยากได้ลูกากูมาอยู่ในทีม แต่บางครั้งเขาก็เหมือนถูกจับลงไปโดดเดี่ยวอยู่บนเกาะในแดนหน้าของยูไนเต็ดและจะต้องทำทุกกอย่างด้วยตัวเอง ซึ่งนี่ไม่ใช่วิธีที่ดีเลยในการดึงพรสวรรค์ของเขาออกมา เช่นเดียวกับเคน พรสวรรค์ของลูกากูคือการเป็นกองหน้าครบเครื่องนั่นทำให้เขาสมควรที่จะเข้ามาอยู่ในลิสท์นี้

 

ลูกากูเป็นกองหน้าที่มีรูปร่างสูงใหญ่กำยำและยังมีความเร็วอีกด้วย พรสวรรค์ของเขาคือการเคลื่อนไหว เขาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่กองหลังจะหยุดได้ อย่างในเกมที่เขาเล่นได้อย่างดีในเกมกับเบิร์นลีย์ ทีมตรงข้ามแทบจะวิตกเมื่อเขาหาวิ่งทะลวงหาช่อง แต่บางครั้งเขายังเอาแน่เอานอนไม่ได้ถ้าหากต้องเล่นแบบหันหลังให้กับประตู

 

ถ้านี่เป็นการจัดอันดับกองหน้าของพรีเมียร์ลีก เคนและลูกากูจะอยู่ในอันดับสูงกว่านี้ แต่นี่เป็นการจัดอันดับกองหน้าตัวเป้าโดยเฉพาะ และในตำแหน่งนี้หมายถึงการเล่นที่มีประโยชน์เอื้อต่อเพื่อนร่วมทีมด้วย

 

สถิติที่น่าสนใจ : ลูกากูยิงไปแล้ว 4 ประตูซึ่งโอกาสที่ดีในการคว้ารองเท้าทองคำดาวซัลโวให้ได้ในปีนี้

 

มาร์โก อาร์เนาโตวิช (เวสต์แฮม)
Marko Arnautovic

4.มาร์โก อาร์เนาโตวิช (เวสต์แฮม)

บางทีอาจเป็นเพาะความกลัวในขนาดและอารมณ์ของหัวหอกชาวออสเตรีย จึงไม่เคยมีใครตั้งคำถามกับความแข็งแกร่งทางกายภาพ มาร์โก อาร์เนาโตวิช

 

ในตอนที่ เดวิด มอยส์ ได้เข้ามาคุมทีมสั้นๆในถิ่นลอนดอนสเตเดี้ยมฤดูกาลก่อน อาร์เนาโตวิชที่ปกติจะเล่นในตำแหน่งริมเส้นและตัดเข้ากลางมาเพื่อทำประตู แต่มอยส์ก็มองเห็นถึงการปลดปล่อยความอันตรายทางกายภาพของเขาจึงได้โยกเขามาเล่นในตำแหน่งกองหน้าและทำไป 14 ประตูจาก 36 เกมในพรีเมียรืลีก และหลังจากนั้นเขาก็ได้ประจำการในตำแหน่งนี้ถาวร

 

สถิติที่น่าสนใจ : มาร์โก อาร์เนาโตวิช มีส่วนร่วมกับการยิงประตูของเวสต์แฮมในฤดูกาลนี้ถึง 80%

 

อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (ฟูแล่ม)
Aleksandar Mitrovic

3.อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช (ฟูแล่ม)

มิโตรวิชมักจะถูกยกย่องถึงการท้าชนกับแนวรับ แต่ในฤดูกาลนี้การเล่นของเขาก็ถูกยกไปอีกระดับหลังทำไปแล้ว 4 ประตูให้กับ 5 เกมแรกของฟูแล่ม

 

ไม่มีอะไรต้องปิดบัง อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช นั้นเป็นสายคลาสสิค เขาเป็นกองหน้าตัวเป้าสายกายภาพและทำฟาวไปแล้ว 7 ครั้งในฤดูกาลนี้ซึ่งเป็นแนวรุกลำดับ 3 ที่ฟาวล์มากที่สุดในฤดูกาลนี้

 

เขาเป็นนักเตะที่ขัดแย้งแต่ลงตัวในทีมของ ‘ย็อคก้า’ สลาวิซ่า โยคาโนวิค เนื่องจากทีมมีสไตล์การเล่นแบบจ่ายบอลเท้าต่อเท้าซึ่งมิโตรวิชก็ได้สร้างความบาลานซ์ให้กับทีมด้วยการเล่นที่ใช้ร่างกายของเขา อีกทั้งเขายังมีอายุเพียงแค่ 24 ซึ่งหัวหอกชาวเซิร์บจะยิ่งเก่งขึ้นไปได้อีกมากกว่านี้

 

สถิติหลัก : 4 ประตูจาก 5 เกมของมิโตรวิชในพรีเมียร์ลีกมาจากการโหม่งทุกลูก

 

โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (เชลซี)
Olivier Giroud

2.โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ (เชลซี)

นี่เป็นชิรูด์ในร่างอัพเกรด ในขณะที่เขาก็มีสถิติการจบสกอร์ที่ค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถประมาทในสิ่งที่เขาทำให้กับเพื่อนร่วมทีมได้ เขาแอสซิสต์ไปแล้วสองลูกให้ เอด็อง อาซาร์ และเป็นนักเตะที่สร้างสรรค์โอกาสได้มากที่สุดของเชลซี 4 ครั้งในเกมที่ชนะคาร์ดิฟฟ์ไป 4-1

 

ชิรูด์เสียฟาวล์ไป 14 ครั้งและชนะการประทะลูกกลางอากาศ 23 ครั้งให้กับฝรั่งเศสในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา การประทะกับฝั่งตรงข้ามให้เปิดโอกาสให้นักเตะอย่าง เอ็มบาปเป้ และ กรีซมันน์ มีอิสระในการทำสกอร์ให้กับทีม โดยที่เขาไม่สามารถยิงเข้ากรอบได้เลยตลอดทั้งการแข่งขัน

 

 

ใหญ่, แข็ง, ลูกกลางอากศเยี่ยม, ไม่เห็นแก่ตัวในการเล่น และ สกิลการเล่นบอลจังหวะแรกที่อยู่ในระดับเทพ ชิรูด์ถือว่าเป็นนักเตะกองหน้าตัวเป้าสไตล์คลาสสิกที่ครบเครื่องคนหนึ่งเลย

 

โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ (ลิเวอร์พูล)
Roberto Firmino

1.โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ (ลิเวอร์พูล)

เขาสามารถทำให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ เด่นขึ้นมาได้ในแผนของ เยอร์เกน คล็อปป์ อีกทั้งในฤดูกาลที่แล้วเขาพิสูจณ์แล้วว่าสามารถทำประตูได้เองด้วยโดยทำไป 27 ประตูในทุกรายการ

 

ถึงแม้เขาจะไม่ใช่นักเตะประเภทที่เป็นตัวเป้าร่างกายสูงใหญ่พร้อมชนลูกกลางอากาศ แต่ โรแบร์โต ฟีร์มิโน่ ก็ได้อยู่ในลำดับหนึ่งของลิสท์นี้จากความสำคัญของตัวเขาที่มีต่อลิเวอร์พูลและความจริงที่ว่าเขาสามารถทำได้ทุกอย่างให้กับทีม

 

เขาทดแทนการขาดส่วนสูงไปด้วยความขยันที่กัดแล้วไม่ยอมปล่อยต่อแนวรับอีกฝั่ง และเขาก็มีความสามารถในการสร้างสรรค์พื้นที่เมื่อได้สัมผัสบอล

 

และถ้าหากยังกังขา ฟีร์มิโน่เป็นนักเตะที่ขึ้นแย่งประทะลูกกลางอากาศมากที่สุด (199 ครั้ง) ในบรรดานักเตะลิเวอร์พูลทุกคนนับตั้งแต่ฤดุกาลที่แล้ว

 

สถิติที่น่าสนใจ : นับตั้งแต่เริ่มฤดูกาล 2017/18 มีแค่ จอร์แดน อายิว (83 ครั้ง) ที่เป็นกองหน้าที่เข้าสกัดบอลมากกว่า ฟีร์มิโน่ (75 ครั้ง)

จัดอันดับกองหลังที่แข็งแกร่งที่สุด 2019

7 กองหลังที่แข็งแกร่งที่สุด

หากเปรียบกองหลังให้เหมือนอะไรสักอย่างแล้วคงจะคิดได้เพียงอย่างเดียวคือปราการหินที่คอยป้องกันการโจมตีจากฝ่ายตรงข้ามและหากจะถามว่ามีเซนเตอร์แบ็กคนใหนบ้างที่มีความแข้งแกร่งราวกับหินหลายคนคงนึกถึงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะมีสกิลความแข็งที่กองหน้ายังต้องเหนื่อย มาดูกันดีกว่าว่าเค้าเป็นใครกันบ้าง

 

คาลิดู คูลิบาลี่ (นาโปลี)
Kalidou Koulibaly

7.คาลิดู คูลิบาลี่ (นาโปลี)

กองหลังที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนักหากไม่ได้เป็นแฟนบอล คูลิบาลี่เป็นกองหลังที่คอยสั่งการเพื่อนร่วมทีมในเกมรับ ทั้งยังเล่นได้ดีไม่ว่าจะลูกกลางอากาศหรือบอลภาคพื้นดิน และน้อยครั้งมากที่เขาจะเสียเหลี่ยมให้กับกองหน้าคู่แข่ง

แม้นาโปลีจะเสียจอร์จินโญ่ให้กับเชลซีในซัมเมอร์นี้ แต่พวกเขาก็ควรจะดีใจที่ยังเก็บนักเตะไว้กับทีมได้เกือบทั้งหมด โดยเฉพาะการที่ไม่เสียคูลิบาลี่ไป เพราะฟอร์มการเล่นของเขากับยอดทีมแห่งเนเปิลส์ ก็บอกได้เป็นอย่างดี ว่านี่คือหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก นอกจากนี้ เซนเตอร์แบ็คทีมชาติเซเนกัลยังจ่ายบอลได้ดี และมีความกล้าที่จะเก็บบอลไว้กับตัวเองอีกด้วย

 

จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ยูเวนตุส)
Giorgio Chiellini Juventus

6.จอร์โจ้ คิเอลลินี่ (ยูเวนตุส)

หนึ่งในไฮไลท์สำคัญในปี 2018 ของเจ้าตัว เกิดขึ้นในเกมนัดที่สอง รอบ 16 ทีมสุดท้าย ศึกแชมเปี้ยนส์ ลีก กับสเปอร์ส ที่เวมบลีย์ อดีตปราการหลังของลิวอร์โน่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในครึ่งหลัง หยุดแนวรุกของทัพไก่เดือยทองได้อยู่หมัด และช่วยให้ทัพเบียงโคเนรี่พลิกกลับมาชนะ 2-1 ผ่านเข้ารอบต่อไปได้สำเร็จ

เซนเตอร์แบ็คผู้อยู่กับยูเวนตุสมาอย่างยาวนานเพิ่งจะอายุครบ 34 ปี ในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่เขาก็ยังคงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุดในโลกในตำแหน่งที่ลงเล่น คิเอลลินี่มีการเข้าปะทะที่แข็งแกร่ง เล่นลูกกลางอากาศได้ดี อ่านเกมได้เฉียบขาด และเป็นกองหลังที่คอยออกคำสั่งกระตุ้นเพื่อนอยู่ตลอด รวมถึงเป็นหนึ่งในนักเตะที่ออกบอลจากแนวลึกได้ดีกว่าที่ทุกคนคิดไว้

 

ดีเอโก้ โกดิน (แอตฯ มาดริด)
Diego Godin

5.ดีเอโก้ โกดิน (แอตฯ มาดริด)

นี่คือสิ่งที่มีสไตล์ความเก๋ามาจากยุคเก่า โกดินหากอยู่ในสถานการณ์ที่จำเป็น โกดินเป็นมากกว่ากองหลังในสไตล์โบราณ ที่ทำได้เพียงการปกป้องทีมจากอันตราย

แต่ในการจัดอันดับครั้งนี้ เซนเตอร์แบ็คชาวอุรุกวัยก็เป็นกองหลังเพียงคนเดียวที่มีการเล่นในแบบฉบับปราการหลังยุคเก่า โกดินอาจจะไม่ใช่กองหลังที่ลงเล่นให้กับเป๊ป กวาร์ดิโอล่า หรือเมาริซิโอ ซาร์รี่ ได้ แต่เจ้าตัวเป็นกองหลังที่เหมาะสมกับแผนการเล่นของแอตฯ มาดริด และทีมชาติอุรุกวัย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเล่นกับบอลได้ไม่ดีหรอกนะ เพราะปราการหลังวัย 32 ปี ได้โชว์ให้เห็นในฟุตบอลโลกแล้วว่า ตัวเองก็สามารถพาบอลขึ้นหน้าได้

 

ราฟาเอล วาราน (เรอัล มาดริด)
Raphaël Varane

4.ราฟาเอล วาราน (เรอัล มาดริด)

วารานมีความดุดัน แต่ก็เล่นด้วยความละเอียดและเยือกเย็น นอกจากนี้ยังอ่านเกมได้อย่างเฉียบขาด และสามารถช่วยเพื่อนร่วมทีมแก้ไขสถานการณ์ได้ ด้วยความเร็วในการเข้าไปช่วยซ้อน เขาถือเป็นเซนเตอร์แบ็คที่สมบูรณ์แบบ นอกจากนี้ยังสามารถดันขึ้นไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ได้ หากทีมต้องการนักเตะที่ช่วยตั้งเกมรุกเพิ่ม

วารานทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา และช่วยให้ฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ไปครองได้ นอกจากนี้เขายังเคยคว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว 4 สมัย และคว้าแชมป์ลา ลีก้า ได้ 2 สมัย เป็นความสำเร็จที่ไม่เลวเลย สำหรับกองหลังที่เพิ่งจะอายุ 25 ปี

 

เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค (ลิเวอร์พูล)
Virgil van Dijk

3.เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค (ลิเวอร์พูล)

อดีตกองหลังของเซลติคมีทั้งความแข็งแกร่ง ความรวดเร็ว เล่นลูกกลางอากาศได้ดี เล่นกับบอลได้ดี และมีความเป็นผู้นำ และนี่ก็คือเหตุผลที่ว่า ทำไมฟาน ไดจ์ค ถึงเป็นเจ้าของสถิติกองหลังค่าตัวแพงที่สุดในโลก ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ต้องเล่นเป็นทีม มากกว่าพึ่งนักเตะมากพรสวรรค์เพียงคนๆ เดียว แต่กับลิเวอร์พูล มันก็ยากที่จะปฏิเสธว่า การมาของฟาน ไดจ์ค ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทำให้เกมรับของทีมยกระดับขึ้นมาได้มากเหลือเกิน

 

ปราการหลังดัตช์แมนรายนี้อาจจะไม่เคยประสบความสำเร็จเท่ากับเซนเตอร์แบ็คคนอื่นๆ ที่ถูกนำมาจัดอันดับในครั้งนี้ ไม่เคยลงเล่นในทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์กับเนเธอร์แลนด์ และไม่เคยคว้าแชมป์นอกสก็อตแลนด์ได้ แต่ฟาน ไดจ์ค ก็มีคุณสมบัติทุกประการที่คุณต้องการจากกองหลังในยุคปัจจุบัน

 

มัทส์ ฮุมเมลส์ (บาเยิร์น มิวนิค)
mats hummels

2.มัทส์ ฮุมเมลส์ (บาเยิร์น มิวนิค)

นี่คือกองหลังชื่อดังจากแดนอินทรี ฮุมเมลส์เป็นกองหลังที่มีทักษะและความเยือกเย็น และเขาก็เป็นหนึ่งในกองหลังที่เล่นกับบอลได้ดีที่สุด เจ้าตัวถือเป็นนักเตะที่เริ่มขึ้นเกมรุกจากแผงหลังให้กับทีม ในฟุตบอลโลกครั้งที่ผ่านมา

ฮุมเมลส์นั้นเล่นได้อย่างย่ำแย่เหมือนกับนักเตะเยอรมันหลายๆ คน จนทำให้พงวกเขาต้องโบกมือลาการแข่งขันที่รัสเซียตั้งแต่รอบแรก แต่ยังไง เจ้าตัวก็ยังถือเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก และมีชื่อติดมาในการจัดอันดับครั้งนี้ และยังเป็นนักเตะที่เชี่ยวชาญในการเล่นลูกกลางอากาศ และการตัดบอลจากคู่ต่อสู้อีกด้วย นี่คือกองหลังที่ครบเครื่องที่สุดคนหนึ่งเลย

 

เซร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)
Sergio Ramos

1.เซร์จิโอ รามอส (เรอัล มาดริด)

กัปตันทีมของเรอัล มาดริด มีความสามารถในการอ่านเกมที่สูงมาก เล่นลูกกลางอากาศได้ดีทั้งในยามเล่นเกมรับ และในยามที่เติมขึ้นไปทำประตู และที่สำคัญ กองหลังรายนี้มีจิตวิญญาณความเป็นนักสู้อยู่เต็มเปี่ยม

หากไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้องกับทีมเรอัล มาดริด ก็คงหาคนชื่นชอบเซร์จิโอ รามอส ได้น้อยมาก แต่ความจริงที่ว่าเขาเป็นหนึ่งในเซนเตอร์แบ็คที่ดีที่สุดในโลกก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ กองหลังวัย 32 ปี เป็นนักเตะที่ทำได้ดีเสมอเมื่อได้โอกาสที่สำคัญๆ และเป็นเหมือนหัวใจของทีมๆ นี้

รามอสทำเรื่องง่ายๆ ได้ โดยที่ไม่เคยก่อความผิดพลาด และเขาก็ถือเป็นกองหลังที่ยากจะต่อกรสำหรับกองหน้าของคู่แข่ง และนั่นก็ทำให้เจ้าตัวพาทัพโลส บลังโกส ประสบความสำเร็จได้อย่างมากมาย

วิเคราะห์บอล ลีกใหญ่ ต้องทำอย่างไร

หลายท่านยังไม่รู้ว่าควรจะศึกษาข้อมูลอะไรบ้างเมื่อถึงเทศกาลแข่งบอลใหญ่ๆ เพราะไม่ว่าจะหันไปทางไหน สื่อต่างก็เสนอข่าวเกี่ยวกับการแข่งขันและทีมทั้งหลายกันอย่างคึกคักจนตาลายไปหมด

วันนี้ผมจึงนำเทคนิคการเลือกเสพข้อมูลเพื่อนำมาประกอบการวิเคราะห์บอลในลึกใหญ่ ๆ มาแบ่งปันกันครับเทคนิคการวิเคราะห์บอลนั้น ต้องใช้ประสบการณ์อย่างมาก หากว่าคุณขาดเทคนิคอันนี้

บอกเลยว่าการฟันธงของคุณจะต้องมีความผิดพลาดแน่นอน และสำหรับคนที่เป็นมือใหม่ เชื่อเลยว่าคุณไม่ สามารถเลือกแทงบอลได้อย่างแม่นยำ เพราะว่าคุณยังขาดเทคนิคต่างๆ ที่ควรมี วันนี้เราจะมา

สอน 4 เทคนิควิเคราะห์บอล แบบง่ายๆ ที่มือใหม่ก็สามารถทำได้ ไม่ยากเกินความเข้าใจ เอาไปใช้ได้ 100%

ควรศึกษาผลงานของแต่ละทีม

ศึกษาผลงานของแต่ละทีมตั้งแต่เริ่มต้นจนเข้ารอบสุดท้ายว่าฟอร์มการเล่นเป็นอย่างไร สามรถทำประตูได้มากน้อยแค่ไหน มีสิทธิ์เข้าไปชิงชนะเลิศหรือไม่ เพื่อนำมาเป็นเกณฑ์ในการวางเดิมพันของคุณนั่นเอง

ทีมไหนเล่นในบ้าน

การเล่นในบ้าน ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้เปรียบอย่างมาก เราจะเห็นกันมาหลายต่อหลายครั้งแม้ว่าจะเป็นทีมที่เล่นได้อ่อนกว่า หรือว่ามีชื่อชั้นที่สู้ไม่ได้ มีศักยภาพที่ด้อยกว่า แต่เมื่อพวกเขาได้เล่นในบ้าน

การเล่นจะต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เราจะเห็นความดุดัน พลัง และกำลังอย่างมหาศาล พวกเขาจะวิ่งกันไม่หยุด เนื่องจากเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่ศรัทธาในทีมของตนเอง เมื่อมีกำลังใจจึงทำให้การเล่นดีขึ้นมาก เพราะฉะนั้นการเลือกทีมที่เล่นในบ้านจึงเป็นเรื่องที่ได้เปรียบในส่วนหนึ่ง

ดูความพร้อมของนักเตะตัวจี๊ด

ดูความพร้อมของนักเตะที่กำลังจะลงแข่งขันว่าอยู่ในสภาพอย่างไร ถ้านักกีฬาได้รับบาดเจ็บ แน่นอนว่าต้องส่งผลกระทบกับการแข่งขันอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ ดังนั้นอย่าได้มองข้ามข้อมูลตรงนี้โดยเด็ดขาด ถ้าไม่อยากเผชิญหน้ากับผลการแข่งขันที่พลิกไปจากความคาดหมายเอาดื้อ ๆ

นี่แหละครับคือการ แทงบอลออนไลน์ อย่างมีแบบแผน หวังว่าทุกท่านที่ได้อ่านบทความนี้จะนำไปประยุกต์ใช้ในการแทงบอลกันได้อย่างราบรื่นนะครับ

ความสามารถของนักเตะ

ศึกษาความสามารถของนักเตะว่ามีคนไหนที่มีความสามารถเด่น ๆ ในเรื่องใดบ้าง ยิ่งถ้าทีมไหนมีนักกีฬาที่มีความสามารถสูงและสามารถทำงานเป็นทีมเวิร์กร่วมกับผูเล่นคนอื่นๆในทีมได้จะทำให้ผลการแข่งออกมาดีแน่นอน ยิ่งถ้ามีนักเตะความสามารถสูงอยู่กันหลายคนแล้วละก็ บอกเลยว่าหมูแช่ตู้มากที่จะซิวทีมคู่แข่งโดยการเขี่ยให้ตกชั้นได้อย่างง่ายดาย หากคุณค้นพบทีมที่มีลักษณะแบบนี้เข้าละก็ขอให้ติดตามผลงานเอา รับรองว่าคุณจะได้ผลประโยชน์มหาศาลกับทีมเหล่านี้แน่นอน

สถิติของทีมย้อนหลัง 3 นัดหลังสุด

สิ่งที่จำเป็นต้องดูเป็นหลัก และขาดไม่ได้เลยนั่นคือเรื่องของสถิติอย่างน้อย 3 นัดล่าสุด เพราะเราจะรู้ได้เลยว่าผลงานในสามเกมที่ผ่านมาของพวกเขาเป็นอย่างไร ใครที่ชนะมา 3 เกมติด โอกาสที่จะแพ้ในเกมที่ 4 จึงมีน้อยมาก เช่นเดียวกับทีมที่แพ้มา 3 เกม โอกาสที่เขาจะแพ้ในเกมที่ 4 ก็มีมากเช่นกัน เพราะฉะนั้นคือการดูฟอร์มการเล่นแบบง่ายๆ แต่ว่าใช้ได้ผลดียิ่งนัก

ควรศึกษาผลงานของโค้ชหรือผู้จัดการทีม

ซึ่งสามารถดูได้จากผลการแข่งขันในแต่ละรอบ ถ้าทีมไหนสามารถทำคะแนนได้ดี รักษาฟอร์มได้เยี่ยม ก็หมายถึงว่าผู้จัดการทีมสามารถดูแลทีมของตัวเองได้เป็นอย่างดี และมีเปอร์เซ็นต์ที่จะคว้าชัยชนะมาไว้ในกำมือได้สูงกว่าทีมอื่น

ศึกษาความสามารถของนักกีฬาและทีมรวม

ศึกษาความสามารถของนักกีฬาว่ามีคนไหนที่เด่น ๆ บ้าง ยิ่งถ้าทีมไหนมีนักกีฬาที่มีความสามารถสูงอยู่กันหลายคนแล้วละก็ ชัยชนะย่อมอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อมอย่างแน่นอน หากคุณค้นพบทีมที่มีลักษณะแบบนี้เข้าละก็ขอให้เกาะติดเข้าไว้ รับรองว่ารับทรัพย์อื้อซ่าเลยทีเดียว

อันดับปัจจุบันในตาราง

เราสามารถดูตารางคะแนนเพื่อวิเคราะห์เกมได้ โดยบางครั้งคะแนนของบางทีมอาจกำลังต้องการชัยชนะเพื่อลุ้นไปเล่นบอลถ้วย หรือว่าการหนีตายจากกลุ่มท้ายตาราง นั่นทำให้ทีมเหล่านี้มีความฮึดสู้ และกลายเปิดเกมมากกว่าปกติ เราจึงไม่แปลกใจเลยว่าในบางครั้งทีมเหล่านี้กลับเอาชนะทีมคู่แข่งได้อย่างง่ายดาย นั่นเพราะว่ามันคือนัดสำคัญที่เขาต้องเอาชนะให้ได้นั่นเอง การสนใจตารางคะแนนก็ช่วยให้คุณใช้เป็นเทคนิคการแทงบอลได้เช่นกัน

การวิเคราะห์จะช่วยให้ให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่คุณคาดไว้สูงขึ้นแต่ก็ใช่ว่าจะมีเห็นดีเสมอไปเพราะการวิเคราะห์บอลก็ไม่ต่างอะไรจากการคาดเดาดังนั้นผู้เล่นจึงควรเล่นอย่างมีสติ วิเคราะห์ให้รอบคอบ หาความเป็นไปได้หรือปรึกษาจากเซียนหรือพยายามดูบอลให้มากขึ้นจะทำให้คุณได้กำไรอย่างแน่นอน